ที่รัก.... จะไม่รักจักห้ามใจไว้ไม่ได้
จะไม่ให้คิดถึงเท่าไรใจยังคิด
แม้รู้ว่าห่างไกลไม่มีสิทธิ์
เพียงแค่นิดหนึ่งเสี้ยวใจขอได้มา
ไม่รู้ว่าเธอยังคิดถึงฉันไหม
เพราะห่างไกลเกินกว่าจะพบหน้า
อาจมีใครบางคนใกล้ชิดกว่า
อาจจะคว้าหัวใจไปครอบครอง
ไม่ได้เห็นคำหวานว่าคิดถึง
ไม่เห็นคำซึ้งซึ้งมากู่ก้อง
ไม่ได้ซุกอกอุ่นเคยตระกอง
น้ำตานองตกในใจแหลกราญ
ยังอบอุ่นอยู่ในอ้อมแขนกอด
เคยสวมสอดกอดเธอในวันหวาน
ความทรงจำตราตรึงถึงวันวาน
ยังเนานานหวานหวามทุกวารวัน
เธอจะกลับมาเหมือนเดิมไหมที่รัก
หรือจะพักรักแท้แค่ความฝัน
หรือจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อฝ่าฟัน
เพื่อให้ฝันพลันสลายกลายเป็นจริง
ฉันจะยืนเผชิญหน้าตาซื่อซื่อ
คว้าข้อมือเธอมาใกล้ใจนิ่งนิ่ง
โอบกอดไว้ให้รู้ว่ายังรักจริง
ขอแอบอิงหวานใจไปนานนาน.
วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554
มาเลือกตั้งกันเถอะ
ผ่านหน้าปากซอย ...นักเรียนโรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม เค้าออกมารนณรงค์หาเสียง ตอนเช้า ทุกวัน
ดูแล้วดีจัง เอามาฝากนะ .....
อ้ะ ช่วยกัน เพื่อชาตินะ....อย่าอายเด็กเค้า
เลือกเบอร์อะไร ก็ตามใจนะ แค่รนณรงค์ให้ไปเลือกอ้ะ โฆษณา google เค้าขึ้นมายังไง ไม่เกี่ยวนะ อิอิ
ดูแล้วดีจัง เอามาฝากนะ .....
อ้ะ ช่วยกัน เพื่อชาตินะ....อย่าอายเด็กเค้า
เลือกเบอร์อะไร ก็ตามใจนะ แค่รนณรงค์ให้ไปเลือกอ้ะ โฆษณา google เค้าขึ้นมายังไง ไม่เกี่ยวนะ อิอิ
บรรพที่สี่ ค่ำคืนในเมืองใหญ่
เชียงใหม่... ยามค่ำคืน ก็ยังเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เงาตะคุ่มของกำแพงเมืองเก่า ทำให้เราหวลคิดถึงภาพ ประวัติศาสตร์ เก่า ๆ แสงไฟยามค่ำคืนของเทศกาล ส่องเมืองให้มีชีวิตชีวา
ฉันยืนอยู่ริมบาทวิถี หน้าโรงแรม เพื่อขึ้นรถสองแถวเล็ก ไปเดินเที่ยวย่านไนท์บาร์ซา อืม..เมืองใหญ่
ยามราตริ สวยงามก็จริงอยู่ แต่ก็เต็มไปด้วยผู้คน และมลพิษจากคลื่นรถ ที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ
อากาศในเมืองไม่หนาวอย่างที่คิด ฉันเพียงแต่เสื้อยืด กับกางเกงสามส่วน และรองเท้าผ้าใบคู่เก่ง
กับถุงเท้าหนา ก็เพียงพอ รถติดนานจริง ๆ กว่าจะถึง ก็เสียเวลาตั้งนาน ฉันชอบเดินดูผู้คน มากกว่าซื้อ
ของฝาก เพราะของฝากต่าง ๆ ได้ซื้อตั้งแต่เที่ยวบนเขาโน่นแล้ว วันนี้อิสระ ฉันเดินกลมกลืนไปกับผู้คน
แวะหาอาหารรับประทาน แล้วเดินเรื่อยเปี่อย ซื้อของได้บ้างบางอย่าง และกลับโรงแรมประมาณเที่ยงคืน
เมื่อย่างเข้าวันใหม่ มองจากหน้าต่างห้องพัก จะเห็นพลุที่ถูกจุดเกือบจะพร้อม ๆ กันในที่ต่าง ๆ สวยงาม
ละลานตา ทีวี มีพระเทศน์ เวลาของวันใหม่ ปีใหม่คลืบคลานเข้ามา ไม่นาน เราก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จากการไปเบียดเสียดผู้คนมาค่อนคืน
ลาก่อนปีเก่า....สวัสดีปีใหม่
ค่ำคืน ฉลองปีใหม่ในเมือง
พลุพร่างพราวเฟื่องเมืองใหญ่
ผู้คนหลายหลากมากไป
ฉลองชัยปีใหม่กรายมา
ฉันนั่งอยู่ในห้องเงียบ
เปรียบเทียบระหว่างเมืองกับป่า
กับมองกลุ่มดาวบนฟ้า
และพลุสีสันสว่างจ้า...เต็มฟ้าเอย.
เขียนเมื่อค่ำคืนของปีใหม่ในปีหนึ่ง ที่เชียงใหม่....
ฉันยืนอยู่ริมบาทวิถี หน้าโรงแรม เพื่อขึ้นรถสองแถวเล็ก ไปเดินเที่ยวย่านไนท์บาร์ซา อืม..เมืองใหญ่
ยามราตริ สวยงามก็จริงอยู่ แต่ก็เต็มไปด้วยผู้คน และมลพิษจากคลื่นรถ ที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ
อากาศในเมืองไม่หนาวอย่างที่คิด ฉันเพียงแต่เสื้อยืด กับกางเกงสามส่วน และรองเท้าผ้าใบคู่เก่ง
กับถุงเท้าหนา ก็เพียงพอ รถติดนานจริง ๆ กว่าจะถึง ก็เสียเวลาตั้งนาน ฉันชอบเดินดูผู้คน มากกว่าซื้อ
ของฝาก เพราะของฝากต่าง ๆ ได้ซื้อตั้งแต่เที่ยวบนเขาโน่นแล้ว วันนี้อิสระ ฉันเดินกลมกลืนไปกับผู้คน
แวะหาอาหารรับประทาน แล้วเดินเรื่อยเปี่อย ซื้อของได้บ้างบางอย่าง และกลับโรงแรมประมาณเที่ยงคืน
เมื่อย่างเข้าวันใหม่ มองจากหน้าต่างห้องพัก จะเห็นพลุที่ถูกจุดเกือบจะพร้อม ๆ กันในที่ต่าง ๆ สวยงาม
ละลานตา ทีวี มีพระเทศน์ เวลาของวันใหม่ ปีใหม่คลืบคลานเข้ามา ไม่นาน เราก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย จากการไปเบียดเสียดผู้คนมาค่อนคืน
ลาก่อนปีเก่า....สวัสดีปีใหม่
ค่ำคืน ฉลองปีใหม่ในเมือง
พลุพร่างพราวเฟื่องเมืองใหญ่
ผู้คนหลายหลากมากไป
ฉลองชัยปีใหม่กรายมา
ฉันนั่งอยู่ในห้องเงียบ
เปรียบเทียบระหว่างเมืองกับป่า
กับมองกลุ่มดาวบนฟ้า
และพลุสีสันสว่างจ้า...เต็มฟ้าเอย.
เขียนเมื่อค่ำคืนของปีใหม่ในปีหนึ่ง ที่เชียงใหม่....
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เที่ยวเชียงใหม่ อีกครั้ง
น้ำเป็นร้อยดอยเป็นแสนแดนถิ่นเหนือ
จากยุคเทอร์เทียรี ( Tertiary )ที่ทรุดต่ำ
" หลวงพระบาง" "เพชรบูรณ์"" ผีปันน้ำ"
ล่องเป็นลำธารไหลลงจากพงไพร
ทั้งปิงวังยมน่านลำน้ำตก
โอบล้อมปกนฤมิตรพิศมัย
ดอยแห่งดินแดนล้านนาน่านฟ้าไทย
หริภุญไชยเกรียงไกรหลายร้อยปี
อินทนนท์ผ้าห่มปกดอยเชียงดาว
มีช้างน้าว ช้างกระ กล้วยไม้ที่
อีกเอื้องแซะ ฟ้ามุ่ย เอื้องผึ้งมี
ไม้สักนี้ ในดงดิบ และเบญจพรรณ
เย็นเอยเย็นยะเยือก
เราจะเลือกท่องไปในแดนฝัน
ระหว่างเดือนตุลา- กุมภาพันธ์
ยอดดอยนั้น น้ำค้างแข็ง แม่คะนิ้ง
เมือง"สุวรรณโคมดำ" ลุ่มน้ำกก
"เวียงโยนกนาคพันธุ์" นั้นใหญ่ยิ่ง
"หิรัญนครเงินยาง" ที่อ้างอิง
คือความจริงพญาเม็งรายสถาปนา
ล้านนาคืออาณาจักรที่ยิ่งใหญ่
หิริภุญไชยเขลางนครอยู่ตอนหน้า
พระนางจามเทวีวีรสตรีกัลยา
นี้คืออาณาจักร"นพบุรีศรีนครพิงค์"
เริ่มพอศอหนึ่งพันแปดร้อยสิบสาม
วัฒนธรรมประเพณีที่ใหญ่ยิ่ง
สองร้อยกว่าปีเสื่อมถอยรอยเวียงพิงค์
ต้องพึ่งพิงเป็นเมืองท่าพม่าเมือง
จนแผ่นดินกรุงธนฯประกาศกล้า
เข้ากับเจ้ากาวิละคอยหนุนเนื่อง
ประกาศชัยให้ล้านนากลับรุ่งเรือง
มีพลเมืองเป็นชาวไทยสิบสองปันนา
"ยุคเก็บผักซ้า (ซ้า = ตะกร้า) เก็บข้าใส่เมือง"
เริ่มประเทืองวัฒนธรรมมากคุณค่า
ขานเรียก"มณฑลพายัพ"กาลต่อมา
เสด็จพ่อ ร.5 ผนวกดินแดน
เมืองเอยเมืองนิรมิตร
เจิดวิจิตรตระการตากว่าใดแคว้น
คือสวรรค์มรรคาของเมืองแมน
ใครได้แม้นเยี่ยมชมสมใจเอย.
จากยุคเทอร์เทียรี ( Tertiary )ที่ทรุดต่ำ
" หลวงพระบาง" "เพชรบูรณ์"" ผีปันน้ำ"
ล่องเป็นลำธารไหลลงจากพงไพร
ทั้งปิงวังยมน่านลำน้ำตก
โอบล้อมปกนฤมิตรพิศมัย
ดอยแห่งดินแดนล้านนาน่านฟ้าไทย
หริภุญไชยเกรียงไกรหลายร้อยปี
อินทนนท์ผ้าห่มปกดอยเชียงดาว
มีช้างน้าว ช้างกระ กล้วยไม้ที่
อีกเอื้องแซะ ฟ้ามุ่ย เอื้องผึ้งมี
ไม้สักนี้ ในดงดิบ และเบญจพรรณ
เย็นเอยเย็นยะเยือก
เราจะเลือกท่องไปในแดนฝัน
ระหว่างเดือนตุลา- กุมภาพันธ์
ยอดดอยนั้น น้ำค้างแข็ง แม่คะนิ้ง
เมือง"สุวรรณโคมดำ" ลุ่มน้ำกก
"เวียงโยนกนาคพันธุ์" นั้นใหญ่ยิ่ง
"หิรัญนครเงินยาง" ที่อ้างอิง
คือความจริงพญาเม็งรายสถาปนา
ล้านนาคืออาณาจักรที่ยิ่งใหญ่
หิริภุญไชยเขลางนครอยู่ตอนหน้า
พระนางจามเทวีวีรสตรีกัลยา
นี้คืออาณาจักร"นพบุรีศรีนครพิงค์"
เริ่มพอศอหนึ่งพันแปดร้อยสิบสาม
วัฒนธรรมประเพณีที่ใหญ่ยิ่ง
สองร้อยกว่าปีเสื่อมถอยรอยเวียงพิงค์
ต้องพึ่งพิงเป็นเมืองท่าพม่าเมือง
จนแผ่นดินกรุงธนฯประกาศกล้า
เข้ากับเจ้ากาวิละคอยหนุนเนื่อง
ประกาศชัยให้ล้านนากลับรุ่งเรือง
มีพลเมืองเป็นชาวไทยสิบสองปันนา
"ยุคเก็บผักซ้า (ซ้า = ตะกร้า) เก็บข้าใส่เมือง"
เริ่มประเทืองวัฒนธรรมมากคุณค่า
ขานเรียก"มณฑลพายัพ"กาลต่อมา
เสด็จพ่อ ร.5 ผนวกดินแดน
เมืองเอยเมืองนิรมิตร
เจิดวิจิตรตระการตากว่าใดแคว้น
คือสวรรค์มรรคาของเมืองแมน
ใครได้แม้นเยี่ยมชมสมใจเอย.
วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554
คำทำนายอนาคตโลก
ดินแดนระแหงดาษ บรรยากาศมืดมัวหมอง
แดดจ้าดั่งทาทอง ต้องละอองของฟองควัน
ต้นไม้ที่สดเขียว ยืนโดดเดี่ยวกระไรนั่น
สัตว์ป่าเข่นฆ่ากัน ไม่ว่างวันเพื่อหยัดยืน
ทุรชนจะท้าทาย อสุรกายจะได้ฟื้น
ท้องฟ้าจะโครมครืน ประกายปืนประดับดาว
ศาสนาจะปร่าแปรก คำสวดแทรกบทโศรกเศร้า
นักปราชญ์กลับโง่เขลา โลกรุมเร้าด้วยโรคร้าย
ชีวิตใช้ชีวิต ต่อชีวิตที่วางวาย
ผืนดินแห้งเหือดหาย ม้วยมลายใต้โลกา
วาดว่ายังมีหวัง ด้วยพลังแห่งประชา
ด้วยรักและศรัทธา ในเวลาโลกซวนเซ
สองกรจะช้อนโลก ให้คลายโศกด้วยกล่อมเห่
คลายป่วนที่รวนเร ยืดเวลากล้าท้าทาย
ดับเดือนที่เดือดพล่าน ดาวนับล้านกลับแววฉาย
ผิว่าจะเพริดพราย ลุล่วงปลายอวสาน.....
แดดจ้าดั่งทาทอง ต้องละอองของฟองควัน
ต้นไม้ที่สดเขียว ยืนโดดเดี่ยวกระไรนั่น
สัตว์ป่าเข่นฆ่ากัน ไม่ว่างวันเพื่อหยัดยืน
ทุรชนจะท้าทาย อสุรกายจะได้ฟื้น
ท้องฟ้าจะโครมครืน ประกายปืนประดับดาว
ศาสนาจะปร่าแปรก คำสวดแทรกบทโศรกเศร้า
นักปราชญ์กลับโง่เขลา โลกรุมเร้าด้วยโรคร้าย
ชีวิตใช้ชีวิต ต่อชีวิตที่วางวาย
ผืนดินแห้งเหือดหาย ม้วยมลายใต้โลกา
วาดว่ายังมีหวัง ด้วยพลังแห่งประชา
ด้วยรักและศรัทธา ในเวลาโลกซวนเซ
สองกรจะช้อนโลก ให้คลายโศกด้วยกล่อมเห่
คลายป่วนที่รวนเร ยืดเวลากล้าท้าทาย
ดับเดือนที่เดือดพล่าน ดาวนับล้านกลับแววฉาย
ผิว่าจะเพริดพราย ลุล่วงปลายอวสาน.....
มนุษย์
พวกเราเป็นวิญญาณจากห้วงหาว
มากับดาวหมื่นแสนที่แดนสรวง
ลอยลิบลิบขลิบฟ้าที่ว่ากลวง
หล่นในห้วงเวลาของมานุษย์
มีเลือดเนื้อมีความเชื่อมีศรัทธา
บางเวลามีปรารถนาไม่สิ้นสุด
มีอารมณ์ดังกองไฟไว้ประยุทธ์
ไม่เคยหยุดอยู่นิ่งเฉยเลยสักครั้ง
ดาวสุดท้ายปลายสรวงหากร่วงหล่น
ก็คงคนสุดท้ายทั้งหลายบ้าง
ลบภาพจริงทุกสิ่งเช่นควันจาง
จึงทุกอย่างแหลกสลาย...คนกลายพันธุ์.
มากับดาวหมื่นแสนที่แดนสรวง
ลอยลิบลิบขลิบฟ้าที่ว่ากลวง
หล่นในห้วงเวลาของมานุษย์
มีเลือดเนื้อมีความเชื่อมีศรัทธา
บางเวลามีปรารถนาไม่สิ้นสุด
มีอารมณ์ดังกองไฟไว้ประยุทธ์
ไม่เคยหยุดอยู่นิ่งเฉยเลยสักครั้ง
ดาวสุดท้ายปลายสรวงหากร่วงหล่น
ก็คงคนสุดท้ายทั้งหลายบ้าง
ลบภาพจริงทุกสิ่งเช่นควันจาง
จึงทุกอย่างแหลกสลาย...คนกลายพันธุ์.
ในฝัน
ในนิยามความลับที่ซับซ้อน
เคยซุกซ่อนรอนร้าวบางคราวไหม
ฝากอารมณ์คมกร้าวในคราวใด
อีกหนึ่งใจสะท้อนกลับเหมือนรับรู้
เรามาเป็นคู่กันในฝันไหม
ฝันให้ใจถึงใจในคนคู่
เถอะคลื่นหมอกดอกไม้ยังกลายภู
ให้รับรู้รักในฝันนิรันดร
พบกันในวันหรือคืนว่าง
บนเส้นทางสร้างสรรค์ฝันอักษร
รักพิสุทธิ์ในเส้นสายปลายทางกลอน
ไม่รุ่มร้อนรอนร้าวหรือหนาวเอย....
เคยซุกซ่อนรอนร้าวบางคราวไหม
ฝากอารมณ์คมกร้าวในคราวใด
อีกหนึ่งใจสะท้อนกลับเหมือนรับรู้
เรามาเป็นคู่กันในฝันไหม
ฝันให้ใจถึงใจในคนคู่
เถอะคลื่นหมอกดอกไม้ยังกลายภู
ให้รับรู้รักในฝันนิรันดร
พบกันในวันหรือคืนว่าง
บนเส้นทางสร้างสรรค์ฝันอักษร
รักพิสุทธิ์ในเส้นสายปลายทางกลอน
ไม่รุ่มร้อนรอนร้าวหรือหนาวเอย....
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)